untitled
  • Hey Webmasters! New Photo Album Service Launched - Check it out!








 

นักเรียนคือ . . .  ผู้มีอาชีพรับจ้างเรียนหนังสือ จากผู้ปกครอง

          นักเรียนคือ . . .  บุคคลที่มีประสาทหูไวต่อเสียงออดหมดชั่วโมง

          นักเรียนคือ . . .  นักร้องวงคอรัสเพลงชาติไทย เปิดคอนเสิร์ตทุกแปดโมงเช้า

          นักเรียนคือ . . .  นักบริโภคมืออาชีพ ถนัดในการบริโภคขนมใต้โต๊ะเรียน

          นักเรียนคือ . . .  นักเศรษฐศาสตร์ ผู้มองการณ์ไกล คำนวณขอค่าอุปกรณ์การเรียน เกินไว้ก่อน

          นักเรียนคือ . . .  นักทอล์คโชว์ฝีปากเด่นทอล์คได้ แม้ขณะอาจารย์สอนหน้าห้อง

          นักเรียนคือ . . .  นักโบราณคดี สำรวจลายมือของเพื่อนตอนลอกการบ้าน

          นักเรียนคือ . . .  ดีไซน์เนอร์ไอเดียเลิศ มีความสามารถในการดัดแปลงชุดนักเรียนสไตล์ใหม่

          นักเรียนคือ . . .  ผู้ที่ถูกบังคับให้ต้องทำเวรทุกสัปดาห์และเรียกมันว่า "มีเวร มีกรรม"

          นักเรียนคือ . . .  ผู้แบกภาระหนักอึ้ง แต่ในกระเป๋านักเรียน กว่าครึ่งเป็นหนังสืออ่านเล่น

          นักเรียนคือ . . .  ผู้มีสายตาประดุจเหยี่ยวมองเห็นฝ่ายปกครองในระยะ 100 เมตร

          นักเรียนคือ . . .  เรียนสนุก ลุกนั่งสบาย ลูกโง่เป็นควาย พ่อแม่วายวอด

การมีเพศสัมพันธ์กันโดยที่ไม่ได้ป้องกัน เช่น ไม่ได้มีการใช้ถุงยางอนามัย อาจทำให้หลายคู่เกิดความรู้สึกกังวลใจ โดยเฉพาะผู้หญิงอาจจะกังวลใจมาก เพราะกลัวว่าตนเองจะท้อง


ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น สิ่งที่พอจะช่วยป้องกันเรื่องการท้องได้ก็คือ การกินยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ (หรือที่หลายคนมักจะรู้จักในชื่อ ยาคุมฉุกเฉิน หรือ ยาคุมหลังร่วมเพศ) วิธีการกินยาคุมฉุกเฉินนี้ถ้าจะให้ป้องกันได้ ต้องกินครั้งละ 2 เม็ดโดยเม็ดแรกต้องกิน ภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ (ยิ่งกินเม็ดแรกเร็วเท่าไรยิ่งได้ผลดี) แล้วให้กินเม็ดที่สองห่างจากเม็ดแรก หลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมง

สิ่งสำคัญคือคุณจะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพหลังจากผ่านไปสามถึงสี่สัปดาห์ เพื่อตรวจดูว่ามีการตั้งครรภ์หรือไม่ ยาชนิดนี้อาจส่งผลต่อตัวอ่อนหากมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น หรืออาจสวมห่วงคุมกำเนิดภายในห้าวันหลังการร่วมเพศที่เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์.

การกินยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศนี้ ควรใช้ในกรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น และเดือนหนึ่งไม่ควรกินเกิน 4 เม็ด ไม่ควรกินบ่อยๆ หรือกินเหมือนกับการกินยาคุมกำเนิดทั่วไป เพราะการกินยาชนิดนี้บ่อยๆ จะทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติได้ เช่น มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรืออาจถึงกับคลื่นไส้อาเจียน ในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

การสังเกตการตั้งครรภ์

รอบเดือนหากไม่มาภายใน 15 วันหลังจากมีเซ็กซ์ ให้ทดสอบการตั้งครรภ์จากปัสสาวะ (ทำด้วยตัวเองได้โดยการหาซื้อชุดทดสอบฯ ได้ที่ร้ายขายยาทั่วไป หรือที่เซเว่น อีเลฟเว่น) หากผลออกมาเป็นลบ (-) แสดงว่า 'ไม่ท้อง' หากผลเป็นบวก (+) แสดงว่า 'ท้อง' หากตรวจแล้วและพบว่าผลเป็นบวก แต่ยังไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย หน้ามืดหรือวิงเวียนศีรษะ ซึ่งเป็นอาการของคนท้อง ให้รอไปอีก 7 วันแล้วตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

เซ็กซ์ที่ไม่ป้องกัน

คำว่า 'ป้องกัน' นี้ ต้องมองทั้ง 2 มุม คือ ป้องกันการท้องและป้องกันโรค เราอาจมีวิธีจัดการที่หลากหลายเพื่อป้องกันการท้องได้ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีวิธีใดที่จะป้องกันการติดเชื้อเอดส์ได้นอกจากการ

ใช้ถุงยางอนามัย ทางที่ดีและปลอดภัยควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันเอดส์ ก่อนที่จะสายเกินไป

'ถุงยาง' คืออะไร?

ถุงยางคือปลอกยางเนื้อบางที่สามารถม้วนออกเพื่อครอบองคชาตขณะแข็งตัว ควรสวมถุงยางตลอดช่วงเวลาการร่วมเพศ ความน่าเชื่อถือของถุงยางจะมีมากขึ้น หากใช้ร่วมกับโฟมหรือครีมฆ่าเชื้ออสุจิ ถุงยางยังสามารถใช้เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์ ถุงยางมีจำหน่ายทั่วไป ทั้งในร้านอาหาร ร้านขายยา ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ ถุงยางมีความน่าเชื่อถือสูงหากใช้ได้ถูกต้อง

ถุงยางอนามัยสตรี

ถุงยางอนามัยสตรีคือปลอกยางที่มีความยืดหยุ่นสำหรับสอดเข้าในช่องคลอดของผู้หญิงเพื่อปกปิดปากมดลูก ถุงยางอนามัยสตรีมีจำหน่ายในขนาดต่างๆ โดยแพทย์จะต้องเป็นผู้สวมใส่ให้ ควรใช้ถุงยางอนามัยสตรีร่วมกับครีมฆ่าเชื้ออสุจิ ถุงยางอนามัยสตรีสามารถสวมใส่ในตอนใดก็ได้ก่อนการร่วมเพศและควรสวมทิ้งไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมงหลังการใส่ ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถใส่ถุงยางอนามัยสตรีได้ ถุงยางอนามัยสตรีและครีมฆ่าเชื้ออสุจิเป็นวิธีการในการคุมกำเนิดที่เชื่อถือได้หากสวมใส่ลงในช่องคลอดอย่างถูกต้อง

ยาฆ่าอสุจิ

ยาฆ่าอสุจิใช้ร่วมกับถุงยางอนามัยหรือถุงยางอนามัยสตรี ทั้งนี้ไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมสำหรับการคุมกำเนิดหากใช้เพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์นี้ทำขึ้นเป็นครีม โฟม เยลลี่หรือยาสอด ยาฆ่าเชื้ออสุจิสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาโดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

วิธีการคุมกำเนิดที่เชื่อถือไม่ได้

1. การนับระยะปลอดภัย

ตามทฤษฎี เราสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้หากไม่มีการร่วมเพศในช่วงที่ผู้หญิงกำลังตกไข่ แต่เป็นวิธีการที่เชื่อถือไม่ค่อยได้เนื่องจากระยะเวลาและรอบเดือนของช่วงการตกไข่ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป และไม่มีความแน่นอน

2. วิธีการหลั่งภายนอก

เราเคยเชื่อว่า หากการร่วมเพศถูกขัดขวางก่อนการหลั่งเชื้ออสุจิ อาจช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ไม่ค่อยน่าเชื่อถือนักในปัจจุบัน เพราะเชื้ออสุจิบางส่วนอาจเล็ดลอดเข้าไปในช่องคลอดก่อนการหลั่งได้ ทำให้เกิดการตั้งครรภ์เหนือความคาดหมายอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม การรู้จัก 'คุมกำหนัด' จัดเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ ป้องกันโรค หรือพร้อมจะเป็นคู่ครองกันอย่างแท้จริง ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดหมาย เป็นวิธีการที่ดีที่สุดก่อนที่คุณจะมีเซ็กซ์กับใครสักคน


 

 

ลูก ๆ อย่างคุณเป็นแบบนี้กันอยู่หรือเปล่า!!!

กรุณาสละเวลาสัก 2-3 นาที


พ่อทำงาน...อาบแดด...ถูกแผดเผา
ลูกดื่มเหล้า..ฟังเพลง...ครื้นเครงเหลือ


แม่ขายผัก...กินข้าว...เคล้ากับเกลือ
ลูกเอื้อเฟื้อ...พาสาวเที่ยว...เลี้ยวโฮเตล


พ่อหาเงิน...ส่งลูกเรียน...เพียรอุตส่าห์
ลูกติดยา...คบเพื่อนชั่ว...มั่วให้เห็น


แม่กระหาย...ดื่มน้ำคลอง...ตอนกลองเพล
ลูกทะเล้น...จิบวายแดง...แพงจับใจ


พ่ออดอยาก...ไม่เคยบ่น...ทนลำบาก
ลูกมักมาก...เพศสัมพันธ์...มันส์ชิบหาย


แม่ทอผ้า...ปลูกหม่อน...หารายได้
ลูกหญิงชาย...เที่ยวสนุก....โรคติดตัว


พ่อสูบน้ำ...เข้าแปลงนา...ปลูกข้าวกล้า
ลูกมัวเมา...การพนัน...หมั่นหาผัว


แม่หาบน้ำ...เลี้ยงเป็ดไก่...ทำสวนครัว
ลูกใจชั่ว...ใช้เงินเพลิน...เดินหลงทาง


พ่อขายวัว...ส่งควายเรียน...เวียนศรีษะ
ลูกตะกละ...กินฟาสฟู๊ต...พูดกว้างขวาง


แม่ปวดเมื่อย...สู้งานหนัก...ไม่ละวาง
ลูกสำอาง...ใช้ของแพง...แข่งสังคม


พ่อผอมแห้ง...เรื่ยวแรงน้อย...ด้อยอาหาร
ลูกประพฤติ...อันตพาล...ล่าเสพสม


แม่เป็นดอก...ทบต้น...หมดอารมณ์
ลูกเขี้ยวคม...ฆ่าพ่อแม่...ก่อนแก่ตาย


ขอบคุณ FW จากจุ๊จัง

วันนี้เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง
จนคิดว่าเราขาดไม่ได้
แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
สักวันเราจะรู้ว่าสิ่งที่เราผูกพันในวันนี้
เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา
ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเรา


วันหนึ่งหากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ ปรารถนา ต้องการ ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก

เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า
ความผูกพันกับสิ่งใดๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้นๆ
อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตหลุ่มหลง
คิดเสียว่า เราโชคดี ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก


ความผูกพัน ก็เหมือนกับความรัก
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก
หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกกว่าผูกพันมาก

แต่ความผูกพันที่ว่า ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง
ไว้กับสิ่งนั้น เพราะคนทุกคน ย่อมผูกพันกับหลายๆ สิ่ง

เปรียบเสมือนเรามีแก้วน้ำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม..
พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็นๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น
ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ...ต้องเติมสิ่งต่างๆ
ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตามความเหมาะสม..
หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้ว
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที...ในแก้วใบเดียวกัน..
เราก็จะพบว่า...แก้วใบนั้น...ก็จะร้าว...แล้วเริ่มแตก
ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...

ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง...ไม่ผิด
ถ้าเราค่อยๆ ปรับใจ ปรับตัวของเราเอง
ให้กลับคืนในเวลาที่ควร
เพราะอย่างน้อยที่สุด...เราก็มีโอกาส...ได้ผูกพัน
ซึ่งก็เหมือนเราได้มีโอกาส...ได้รักนั่นเอง

แต่ถ้าคุณพอใจ...จงรัก และมอบความรักให้กับเค้า
แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม

จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้
ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า
จงภูมิใจที่มีความใคร่ เสน่หา
เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป

 

 

 

เพื่อน!! สำคัญ เสมอ'
ระหว่างเพื่อนกะ แฟน...


++ อาหาร ++
เพื่อน: ข้าว ราดแกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30แดกไรแพงๆวะ เปลืองชิบ
แฟน: กินอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ ข้าว - สปาเกตตี้
เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ฯลฯ สั่ง กันไป… มื้อละร้อยขึ้น
--------------------------
++ ข้ามถนน ++
แฟน: ข้ามได้ มั้ย ระวังนะครับ! จับมือผมไว้
เพื่อน: ………อ้าว! เหี้ย… รอกูด้วย(แม่งข้าม ไปนานละ)
--------------------------
++ เวลาเดิน ++
แฟน: แนบชิดประหนึ่ง ตัวดูดแบบสุญญากาศ
เพื่อน: เฮ้ย! ไปไกลๆกูหน่อยดิ ร้อนจะตาย ห่า!!
--------------------------
++ บนรถเมล์ ++
แฟน: นั่งก่อนเลย ครับ เดี๋ยวผมยืนเอง
เพื่อน: เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!
--- -----------------------
++ เงิน ++
แฟน: มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น
เพื่อน: ไม่มีเสมอ... มึงออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)
------------- -------------
++ มา สาย ++
แฟน: ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้
เพื่อน: ทำห่าไรอยู่ วะ มาโคตรช้าเลย สาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย(เพิ่งจะมาก่อนแม่ง ได้ 5 นาทีเหมือน กัน)
--------------------------
++ ช่วยทำธุระ ++
แฟน: ว่าง เสมอ - อ๋อ ว่างครับ จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดี จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า
เพื่อน: ไม่เคยว่าง - ขนของย้ายห้องเหรอวะ .. เออ...ที่จริงก็ได้นะ แต่พอดีแม่ กูให้ช่วยพาไปหาญาติๆฝ่ายแม่ว่ะ
แล้วบ่ายๆ ต้องไปหาของฝ่ายพ่ออีก คงไม่ว่างแล้วละ
-------------------------
++ กลับบ้านดึก ++
แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียว อันตราย
เพื่อน: กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มีให้ยืมนะ เว้ย
--------------------------
++ ป่วย ++
แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กิน ยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ(แม่งดูแลแม่อย่างนี้ป่าววะ)
เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง… ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน
-------------------------- -
++ สอนหนังสือ ++
แฟน: ไม่เข้าใจตรงไหนบอกนะ ครับ จะอธิบายให้ใหม่
เพื่อน: กูสอนมึง 3 รอบแล้วนะ ห่านี่ แดกหมาแทนข้าวไง วะ
--------------------------
++ วาเลนไทน์ ++
แฟน: ให้คุณได้ ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้าอก
เพื่อน: ……………(วันนี้มันไม่มีตัว ตน)
--------------------------
++ โดนทิ้ง ++
แฟน: เราไปกันไม่ได้ / อย่า มายุ่งกับเรา / ไปไหนก็ไปรำคาญ (so sad)
เพื่อน: ไม่เป็นไรเว้ย! ช่างแม่ง … มึงยังมีกูอยู่


ขอขอบคุณเนื้อหาดีดี โดย:fwmail


   

หากชีวิตต้องเจอจุดวิกฤติที่สุด...
 
เป็นช่วงเวลาที่สภาพจิตใจย่ำแย่ มองไปทางไหนก็ดู เหี่ยวเฉา เหงา ไม่รักตัวเอง 
สิ้นหวังกับทางที่เลือกเดิน อิจฉาริษยาผู้ที่ประสบความสำเร็จหรือเหนือกว่าตัวเอง 
เหยียบย่ำและดูถูกตัวเองอยู่ตลอดเวลา...คอยมองโลก มองผู้คน มองสังคมไปในแง่ร้ายมันเป็นลักษณะของ..."คนที่ไม่รักตัวเอง" ...."รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า"....
เรามีสิทธิ์ที่จะติดลบกับชีวิตและสิ่งรอบข้างได้...แต่ถ้าเรามัวจมปลักอยู่กับความรู้สึกนั้นเรายังไม่รักตัวเอง และไม่รักใคร ๆ แล้วละก็...สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ชีวิตเป๋ได้เหมือนกัน...เราต้องแปรสภาพความ รู้สึกที่ย่ำแย่นั้น ให้เป็นเหมือนภาพเงาสะท้อนให้เห็นว่าถ้าเรารู้สึกอ่อนแอ และติดลบกับทุก ๆ สิ่งผลลัพธ์ของการกระทำนั้นจะออกมาเป็นเช่นไร...เมื่อเราไม่ศรัทธาตัวเอง คนรอบข้างก็อาจจะไม่ศรัทธาในตัวเราไปพร้อม ๆ กันยิ่งเราแสดงออกมาก ยิ่งจะถูกต่อต้าน ยิ่งเราถูกต่อต้าน
เราก็ยิ่งจะมองโลกในแง่ร้ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะหลุดพ้นจากสภาพที่มันเลวร้ายนั้นได้...มีคนเคยบอกไว้ว่า ..."คุณค่า..ไม่ใช่สิ่งที่เราเดินไปเจอแบบเกมล่าสมบัติ..แต่คุณค่า คือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง"เพียงแค่เราลองหยิบยื่นความศรัทธาให้กับตัวเอง ไม่ยึดติดกับความโชคดีของผู้ใดไม่ทับถมตัวเองในทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะสถานะและความเป็นอยู่และเป็นไป
 
"อย่าซ้ำเติมตัวเอง...อย่าดูถูกตัวเอง"
 
ลองมองความเป็นจริงของโลกใบนี้ดูสิ ยังมีผู้คนที่เขาลำบากกว่าเรา ทุกข์ยากกว่าเรา เขาด้อยกว่าเราเขามีปัญหาชีวิตมากกว่าเราอีกเยอะแยะมากมายเราโชคดีแค่ไหน ที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย ซึ่งมีคนอีกเป็นล้านที่ไมมีชีวิตรอดผ่านสัปดาห์นี้ไปได้เรายังโชคดีกว่าคนอีก 500 ล้านคนบนโลกนี้ ที่เขาต้องอยู่ในสภาพสงคราม ติดคุก ถูกทรมาน และอดอยากเรายังร่ำรวยกว่าคนอีก 7.5% ของโลกนี้ ที่เขาไม่มีอาหารเก็บไว้ในตู้เย็น ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ไม่มีแม้กระทั่งบ้านลองค้นหาทางออกให้กับตัวเองดู แม้ว่าวันนี้จะยังมืดมน หรือไม่มีใครสักคนที่เข้าใจในตัวเราแต่เราต้องเข้าใจตัวเอง สร้างพลังใจพลังภายในให้กับตัวเอง
 
"เราทุกคนมีแสงสว่างที่อยู่ในหัวใจคอยส่องนำทางอยู่แล้วคนละ 1 ดวงขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเห็นมันหรือไม่เห็นและรู้จักนำมันมาใช้หรือเปล่า...ก็เท่านั้น" *

"ถ้าเราเชื่อมั่นว่าทำได้..ต่อให้ต้องย้ายภูเขาถมทะเลในที่สุดก ็สำเร็จจนได้

แต่ถ้าเราคิดว่าเราทำไม่ได้แม้จะง่ายแค่เพียงพลิกฝ่ามือ...ก็ยั งไม่มีวันประสบความสำเร็จ"

ด.ร. ซุนยันเซ็น


*บทความจาก_Taro
จากทำดีดอทเนต

 

 

 

 

 

มีนิทานของชาวจีนเรื่องหนึ่งเล่าว่า....
สามีภรรยาคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในชนบทกับท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่ง
และมีม้าฉลาดแสนรู้อีกตัวหนึ่ง
ทั้งสองสามีภรรยารักม้าตัวนี้มาก
วันหนึ่งม้าหนีไป ทั้งสามีภรรยาเสียใจมาก

ท่านผู้เฒ่าก็ได้ปลอบใจว่า
“อย่าเสียใจเลย เพราะชีวิตนี้ไม่แน่”

เวลาผ่านไปหลายวัน ม้าตัวนั้นก็กลับมาที่บ้าน
แต่คราวนี้ได้พาแฟนมาด้วย เป็นม้าป่าอีกตัวหนึ่ง
สามีภรรยาต่างก็ดีใจมาก แต่ท่านผู้เฒ่าก็บอกว่า...
“อย่าเพิ่งดีใจ เพราะชีวิตนี้ไม่แน่”

ต่อมาวันหนึ่ง สามีพาม้าตัวใหม่มาหัดขี่เล่นไปรอบๆ บ้าน
ม้ายังไม่เชื่องดี จึงยังไม่สามารถบังคับได้ดังใจ
ม้าพาวิ่งลอดเข้าไปใต้ถุนบ้าน
ตัวเขาชนกระแทกเข้ากับตัวบ้านอย่างแรง
ตกลงมาพิการแขนขาหัก
ทั้งสามีภรรยาต่างก็เสียใจกับเหตุการณ์นี้มาก
ท่านผู้เฒ่าก็ปลอบว่า...
“อย่าเสียใจ เพราะชีวิตนี้ไม่แน่”

ต่อมาเกิดสงครามขึ้น ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้าน
ถูกทางราชการเกณฑ์ไปเป็นทหารทุกคน
สามีได้รับการยกเว้นเนื่องจากเป็นคนพิการ
การสู้รบเป็นไปอย่างรุนแรง ทำให้ทหารตายเกือบหมด
สามีภรรยาก็ดีใจที่ตัวเองไม่ต้องไปเสียชีวิตในการสงครามครั้งนี้...

นิทานเรื่องนี้สอนเราว่า...
บางครั้งเราอาจเกิดความรู้สึกว่า เราได้สูญเสียมากมาย...
เราเสียเปรียบน่าเสียใจ...
แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว
เราอาจจะเห็นว่า สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าเสียใจอะไรมาก
อาจจะกลับกลายเป็นสิ่งที่ดีก็ได้

บางสิ่งบางอย่างที่เรารู้สึกว่าดี
แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว
สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีก็ได้
มันก็กลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น

เป็น “อนิจจัง” ไม่แน่นอนจริงๆ
เราจึงควรทำความเข้าใจกับเรื่องของ “ความไม่แน่นอน”
และรู้จัก “ปล่อยวาง”


จากหนังสือ ”ปีกระต่ายขอจงสวัสดี”
ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

ในชีวิตคนเรามีสิ่งต่าง ๆ มากมายผ่านเข้ามาใช่มั้ย ?...

มีทั้งดี..มีทั้งไม่ดี..

มีทั้งที่ถูกใจ...แต่ไม่ถูกต้อง

และถูกต้อง...แต่ไม่ถูกใจ

แล้วสิ่งที่ดีที่สุดที่ไขว่คว้ากันอยู่ตรงไหนหล่ะ ?...

บางคนอาจบอกว่า...สิ่งที่ดีที่สุดคือ...

การได้รักใครสักคนที่ตนคิดว่าดี ว่าใช่ ถูกใจ

โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง...

บางคนอาจคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ..

การได้ทำตามใจอย่างที่ตนต้องการ

โดยไม่คำนึงว่าผู้อื่นจะรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของตน..

บางคนอาจบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ...

การได้มีเพื่อนฝูงมากมายรายล้อมอยู่รอบข้าง

และเป็นที่สนใจของใครต่อใคร...

บางคนอาจบอกว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ...

การได้มีทรัพย์สมบัติมากมาย... โดยไม่คำนึงว่าจะได้มาอย่างไร...

ต้องการมีเพียงให้ทัดเทียมคนอื่นเท่านั้น

บางคนอาจพบว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ...

การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า กับการได้กิน ได้เที่ยว ที่หรู ๆ ได้ใช้ชีวิตในสังคมที่ฟุ้งเฟ้อ หรูหรา

โดยไม่สนใจหรอกว่าจะใส่หน้ากากแบบไหนเข้าหากัน

เคยถามตัวเองบ้างไหม ?...

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้ความสุขที่แท้จริงกับคุณได้จริงหรือ ?..

เปล่าเลย...หากแต่ความสุขที่แท้จริงในชีวิต

คือการได้ทำในสิ่งที่มี...ที่อยู่รอบตัวให้ดีที่สุด!...

เพราะคุณจะไม่เสียใจเลย...หรืออาจเสียใจน้อยหน่อย

เมื่อถึงวันที่ต้องสูญเสียสิ่งนั้น..

ก็ในเมื่อคุณได้แต่สิ่งที่ดีที่สุดแล้ว...ตลอดเวลาที่ผ่านมา...

ถึงแม้นวันนี้เราจะได้พบสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว...

แต่วันข้างหน้ายังมีสิ่งที่ดีกว่ารอเราอยู่ไม่ใช่เหรอ...จริงมั้ย ?...



ขอขอบคุณที่มา

ทำดีดอทเนต
 

 


Web Hosting · Blog · Guestbooks · Message Forums · Mailing Lists
Allwebco Web Templates · Build your own toolbar · Free Talking Character · Audio, Fonts, Clipart
powered by a free webtools company bravenet.com